ชื่อล็อคอิน
รหัสผ่าน
ข่าวประจำวัน
ดูดวงออนไลน์
เกมส์
ท่องเที่ยว
รถยนต์
 
เนื้อเพลง
หาเพื่อน
สุขภาพ
ประกาศซื้อขาย
หางาน
ค้นหา


ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์เป็น “มีเสถียรภาพ” และ คงอันดับเครดิตที่ ‘AA-[tha]’

หน้าแรก > ข่าวธุรกิจ > ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์เป็น “มีเสถียรภาพ” และ คงอันดับเครดิตที่ ‘AA-[tha]’
ผู้โพส : Admin / วันที่โพส : 2019-08-10 08:17:06
คำค้นหา :


ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์เป็น “มีเสถียรภาพ” และ คงอันดับเครดิตที่ ‘AA-[tha]’




           บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เป็น "แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ" จากเดิม "แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ" และพร้อมกันนี้ฟิทช์ได้คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAM ที่ 'AA-(tha)' 

          ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
          การปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นผลมาจากการทบทวนการคาดการณ์ของฟิทช์ในด้านระยะเวลาของแผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน BAM ของภาครัฐ (privatisation) โดยฟิทช์มองว่ายังไม่มีความชัดเจนมากพอที่แผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐดังกล่าวจะสามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์ยังคงเชื่อว่าแผนการดังกล่าวยังคงมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ในระยะปานกลาง อนึ่งฟิทช์ได้ให้แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบแก่อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAM มาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อสะท้อนถึงแผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐโดยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้หากมีสัญญาณหรือความชัดเจนมากขึ้นในด้านระยะเวลาของการเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ ฟิทช์อาจทำการประเมินผลกระทบต่ออันดับเครดิตได้ทุกเมื่อในอนาคต 
          อันดับเครดิตภายในประเทศของ BAM มีปัจจัยในการพิจารณามาจากการสนับสนุนจากภาครัฐ โดย BAM มีกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (ซึ่งเป็นหน่วยงานของธนาคารแห่งประเทศไทย) เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดในบริษัท BAM ก่อตั้งขึ้นในปี 2541 เพื่อบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2540 แม้บทบาทในเชิงนโยบายของ BAM ได้ปรับตัวลดลงเนื่องจากภาคการเงินของประเทศไทยได้ฟื้นตัวจากภาวะวิกฤติดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้แผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐดังกล่าว ยังเป็นปัจจัยที่บ่งชี้ว่าภาครัฐไม่ได้มอง BAM ในฐานะองค์กรหลักของรัฐในระยะยาว อย่างไรก็ตาม BAM ยังคงมีบทบาทที่สำคัญในฐานะที่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีผลกำไรที่สม่ำเสมอ อีกทั้ง BAM ยังคงได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านสิทธิประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์ เช่น การให้ตราสารหนี้ของบริษัทสามารถนับเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ได้และการได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีส่วนช่วยสนับสนุนความสามารถในการระดมเงินกู้ยืมและผลประกอบการของบริษัท 
          อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ BAM อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัท เนื่องจากหุ้นกู้ประเภทดังกล่าวเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของบริษัท
          ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
          อันดับเครดิตภายในประเทศของ BAM น่าจะได้รับผลกระทบจากแผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐและการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยอันดับเครดิตของ BAM อาจได้รับผลกระทบในเชิงลบหากมีความชัดเจนหรือมีความคืบหน้ามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของแผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐ ซึ่งระดับของการปรับลดอันดับเครดิตจะขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์ของ BAM กับภาครัฐและสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐในอนาคต ทั้งนี้ฟิทช์น่าจะทำการพิจารณาอันดับเครดิตของ BAM จากความแข็งแกร่งทางการเงินของตัวบริษัทเอง (Stand-alone) หากสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐลดลงไปต่ำกว่า 50% และสิทธิประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์ถูกยกเลิก เนื่องจากการสนับสนุนพิเศษที่นอกเหนือจากการดำเนินงานปรกติ (extraordinary support) จากภาครัฐนั้นอาจไม่สามารถพึ่งพาได้ โดยในกรณีดังกล่าวจะส่งผลให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAM ถูกปรับลดอับดับลงหลายอันดับ อีกทั้งปัจจัยในการพิจารณาอันดับเครดิตจะขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ของฟิทช์ต่อโครงสร้างเครดิตและฐานะทางการเงินโดยรวมของบริษัทในอนาคตด้วย
          การยกเลิกแผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน BAM และสัญญาณที่บ่งชี้ว่าภาครัฐจะยังคงให้การสนับสนุนในระยะยาว โดยการคงสัดส่วนการถือหุ้นใน BAM ของภาครัฐไว้ในระดับเดิม รวมทั้งการคงผลประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์ที่เอื้ออำนวยต่อบริษัท อาจส่งผลให้มีการทบทวนอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทใหม่ 
          การเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAM น่าจะส่งผลกระทบในทางเดียวกันต่ออันดับเครดิตของหุ้นกู้
          รายละเอียดทั้งหมดของอันดับเครดิตมีดังต่อไปนี้:
          - อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับเครดิตที่ 'AA-(tha)'; ปรับเป็น "แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ" จาก "แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ"
          - อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับเครดิตที่ 'F1+(tha)'
          - อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกัน คงอันดับเครดิตที่ 'AA-(tha)'
 
 
ขอขอบคุณ เนื้อหาจาก ThaiPr.net
แสดงความคิดเห็น
ชื่อผู้โพส
รายละเอียด
อีโมติคอน

 ?ใส่รหัสลับ ใส่ให้ตรงกันครับ